การทดสอบหา Amp C

    เพื่อตรวจหาเชื้อที่สร้าง Amp C beta-lactamases โดยใช้การเหนี่ยวนำของ third generation cephalosporins กับ cefoxitin หรือระหว่าง third generation cephalosporins กับ imipenem(12) ซึ่งในการทดสอบวิธีนี้อย่างเดียว อาจจะไม่สามารถตรวจหาเอ็นไซม์ AmpC ได้ทั้งหมด เนื่องจากระยะทางระหว่าง disc จะมีผลต่อการแสดงออก

    นอกเหนือจากการตรวจโดยวิธีเหนี่ยวนำ อาจใช้การตรวจเอ็นไซม์ Amp C ที่อยู่ภายในเซลล์ โดยวิธีการทำให้เซลล์แตก (cell lysis) ก่อนจากนั้นทดสอบหาเอ็มไซม์ ซึ่งยังไม่ได้มีการกำหนดไว้ว่าวิธีใดเป็นมาตรฐาน แต่งานวิจัยของ Manchanda และ Singh ได้ใช้วิธีการ lysis cell โดยการ freeze-thawing เพื่อทำให้เซลล์แตก เอ็นไซม์ที่อยู่ในเซลล์จึงออกมาอยู่ใน supernatant เมื่อนำมาหยอดลงในหลุม จะทำให้เชื้อที่ไวต่อยา cefoxitin ซึ่งในการวิจัยนี้ใช้ E.coli ATCC 25922 ( indicator strain) สามารถขึ้นได้ ทำให้เห็นปราฎการณ์บนจานเพาะเชื้อ เป็น clover-leaf ซึ่งเกิดจากเอ็นไซม์สามารถทำลายยา indicator strain จึงสามารถขึ้นได้แต่หากว่าเชื้อที่ทดสอบดื้อต่อยา cefoxitin แต่ไม่สร้างเอ็นไซม์ AmpC จะเห็นว่า indictor strain ไม่สามารถขึ้นใน zone ได้ ซึ่งวิธีนี้พบว่าได้ผลดีและเห็นผลได้ชัดเจน

    นอกจากนี้ยังทดสอบหา AmpC geneโดยวิธี PCR เพื่อตรวจหา gene ควบคุมการสร้างเอนไซม์ AmpC โดย AmpC gene สามารถพบได้ทั้ง 2 แห่ง คือ

1.   Chromosome ซึ่งมักไม่พบว่ามีการดื้อต่อยาในกลุ่ม 3rd cephalosporin

  1. Plasmid ซึ่งมีความสำคัญต่อการดื้อยาในกลุ่ม 3rd cephalosporin

 
%d bloggers like this: